ปัจจุบัน มหาวิทยาลัย/สถาบันการศึกษาต่างๆ
หลายแห่งในประเทศไทย ได้เริ่มให้มีการใช้บทเรียน online เป็นส่วนเสริมในการเรียนการสอน
แต่ยังไม่มีหลักสูตร online ที่ผู้เรียนสามารถเรียน online
จนจบได้รับปริญญาบัตร ในการพัฒนาบทเรียน online นั้น มหาวิทยาลัย/สถาบันการศึกษาแต่ละแห่ง จะใช้ทรัพยากรของตนเอง
แต่เนื่องจากการเรียนบทเรียน online นั้น จะเรียนที่ใดก็ได้
และหลักสูตรของมหาวิทยาลัย/สถาบันการศึกษา ที่เหมือนกัน ก็มีมาตรฐานเดียวกัน
หากมหาวิทยาลัย/สถาบันการศึกษา ได้มีการพัฒนาบทเรียน online ร่วมกัน
และแต่ละแห่งสามารถนำบทเรียน online ไปใช้ได้ (Shared
e-Courseware) ก็จะเป็นการประหยัดทรัพยากร
ประหยัดค่าใช้จ่ายของแต่ละแห่ง นอกจากนี้ ยังช่วยให้มหาวิทยาลัย/สถาบันการศึกษา
ที่ขาดแคลนอาจารย์ในบางสาขาวิชา สามารถมีบทเรียน online ที่ได้มาตรฐานในสาขาวิชานั้นได้
โดยที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
มีหน้าที่ต้องดูแลสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ และมีนโยบายจะส่งเสริม
การอุดมศึกษาผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
จึงได้จัดตั้งโครงการ Thailand Cyber University (TCU) ขึ้น
เพื่อให้บริการ การเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e–Learning) แก่ประชาชน ทุกระดับ ทุกอาชีพ
ผ่านเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (Inter-University
Network : UniNet) เพื่อสร้างโอกาสให้แก่ประชาชน
เข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาเพิ่มขึ้น และเพื่อให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้
การเตรียมความพร้อม เพื่อจัดตั้ง TCU สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ได้เริ่มดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนให้อาจารย์มหาวิทยาลัย/สถาบันการศึกษาต่างๆ ในภาครัฐ ร่วมกันผลิตชุดวิชา บทเรียน online เพื่อการใช้ประโยชน์ร่วมกัน ตั้งแต่ปี 2540-2545 โดยมีชุดวิชาที่แล้วเสร็จ จำนวน 128 รายวิชา และภายในปีงบประมาณ 2548 จะมีชุดวิชาที่แล้วเสร็จอีก จำนวน 331 รายวิชา นอกจากนี้ยังมีการจัดทำสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์คุณภาพสูง (High Quality e-Courseware) ในวิชาพื้นฐานทางวิศวกรรม ซึ่งจัดทำโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อนำไปสนับสนุนการสอนในห้องเรียนปกติ ให้ผู้เรียนมีความสนใจและเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น
ในส่วนของระบบบริหารจัดการการเรียนการสอน (Learning Management System : LMS) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ได้จ้างศูนย์การศึกษาต่อเนื่อง แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้พัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์ โดยจะมีส่วนของงานบริหารจัดการ บทเรียน online (Content Management System : CMS) และส่วนของงานบริหารจัดการการลงทะเบียนเรียนของผู้เรียน (Student Management System : SMS) ด้วย
การเตรียมความพร้อม เพื่อจัดตั้ง TCU สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ได้เริ่มดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนให้อาจารย์มหาวิทยาลัย/สถาบันการศึกษาต่างๆ ในภาครัฐ ร่วมกันผลิตชุดวิชา บทเรียน online เพื่อการใช้ประโยชน์ร่วมกัน ตั้งแต่ปี 2540-2545 โดยมีชุดวิชาที่แล้วเสร็จ จำนวน 128 รายวิชา และภายในปีงบประมาณ 2548 จะมีชุดวิชาที่แล้วเสร็จอีก จำนวน 331 รายวิชา นอกจากนี้ยังมีการจัดทำสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์คุณภาพสูง (High Quality e-Courseware) ในวิชาพื้นฐานทางวิศวกรรม ซึ่งจัดทำโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อนำไปสนับสนุนการสอนในห้องเรียนปกติ ให้ผู้เรียนมีความสนใจและเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น
ในส่วนของระบบบริหารจัดการการเรียนการสอน (Learning Management System : LMS) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ได้จ้างศูนย์การศึกษาต่อเนื่อง แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้พัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์ โดยจะมีส่วนของงานบริหารจัดการ บทเรียน online (Content Management System : CMS) และส่วนของงานบริหารจัดการการลงทะเบียนเรียนของผู้เรียน (Student Management System : SMS) ด้วย
พันธกิจของ
TCU
TCU จะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลาง
ที่จะประสานงานกับมหาวิทยาลัยและ สถาบันการศึกษาต่างๆ ในการจัดทำหลักสูตร online ร่วมกัน
มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษา
จะเป็นเจ้าของหลักสูตรและเป็นผู้อนุมัติปริญญาบัตร แก่นักศึกษาที่เรียนจบหลักสูตร
โดยมหาวิทยาลัย/สถาบันการศึกษา สามารถใช้ชุดวิชาบทเรียน online ในหลักสูตร ร่วมกัน ทั้งนี้ การให้บริการหลักสูตร online จะใช้ผ่านเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา(Inter-University
Network : UniNet) ทีได้มีการเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัย/สถาบันการศึกษาทั่วประเทศแล้ว
ในการดำเนินงานโครงการ TCU จะประกอบด้วยภารกิจ/หน้าที่
ดังนี้
·
ส่งเสริมให้สถาบันการศึกษา องค์กรต่างๆ
จัดทำและสนับสนุนให้มีการทำสื่อการเรียนรู้ e-Learning
·
ส่งเสริมและสนับสนุนให้ครู อาจารย์ นักวิชาการ ปราชญ์ชาวบ้าน
และผู้ทรงคุณวุฒิ ในแขนงต่างๆ จัดทำ Learning Object และให้มีการแบ่งปันการใช้งานร่วมกันเป็น
Share Learning Resource
·
ส่งเสริมและสนับสนุนให้ครู อาจารย์ นักวิชาการ ปราชญ์ชาวบ้าน
และผู้ทรงคุณวุฒิในแขนงต่างๆ จัดทำบทเรียน e-Courseware เป็น Online Course ทั้งที่เป็น Self-pace Course, Collaborative Course และ Supplement Course
·
จัดหา Virtual
Library เป็น e-Library , e-Book, e-Journal, e-Thesis เพื่อใช้เป็นแหล่งแสวงหาความรู้ต่างๆ
·
จัดหาและดูแลระบบคอมพิวเตอร์ส่วนกลาง เพื่อใช้จัดเก็บ Learning Resources ให้สามารถแบ่งปันการใช้งานร่วมกันได
·
จัดหาและดูแลระบบคอมพิวเตอร์ส่วนกลาง เพื่อใช้บริหารจัดการ Online Course (Content Management System : CMS) พร้อมทั้ง มีระบบบริหารจัดการการเรียนการสอน (Learning Management
System : LMS)
·
จัดหาและดูแลระบบคอมพิวเตอร์ส่วนกลาง เพื่อใช้บริหารจัดการ
การลงทะเบียนเรียนของผู้เรียน (Student Management System : SMS)
·
จัดหา Facilities
ต่างๆ เช่น software พร้อมทั้งจัดการฝึกอบรมการใช้งาน
เพื่อสนับสนุนให้ ครู / อาจารย์ ทำ Learning Object และ e-Courseware
·
ขยายและดูแล Network Infrastructure เพื่อให้ความสะดวกต่อผู้เข้ามาใช้
บริการ ในโครงการ TCU
ประโยชน์ของ
TCU ต่อการศึกษาไทย
TCU จะเป็นสรรพวิทยาลัย
(มหาวิทยาลัยที่เป็นศูนย์รวมของสรรพวิทยาการ)
ศูนย์กลางการศึกษาผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ครอบคลุมการศึกษาในทุกระบบ
ทั้งการศึกษาในระบบโรงเรียน (Formal Education) การศึกษานอกระบบโรงเรียน
(Non Formal Education) และการศึกษาตามอัธยาศัย (In-Formal
Education) ที่ประชาชนทุกคน สามารถเข้ามาศึกษาหาความรู้ได้
มีระบบการเทียบโอนความรู้จากการศึกษาในแต่ละระบบ เพื่อให้ผู้ที่เข้ารับการศึกษาจากระบบหนึ่ง
สามารถจะเทียบโอนความรู้ เข้าสู่การศึกษาในอีกระบบหนึ่งได้ ตามเงื่อนไขและข้อกำหนด
ซึ่งจะเป็นการบูรณาการ การศึกษาทุกระบบเข้าด้วยกัน
เกิดเป็นระบบการศึกษาที่รองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน มีความยืดหยุ่น
ต่อเนื่อง และเสริมกัน มีประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรร่วมกัน
และมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับตามหลักมาตรฐาน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น